ปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 มี.ค. 2569
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
Release Date: 03/20/2026
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"วัตถุประสงค์ของสมถกรรมฐาน มุ่งไปที่ความสุข ความสงบ ต่อไปก็ตั้งมั่น แล้วก็ใช้เป็นเครื่องมือในการเจริญวิปัสสนา ส่วนวิปัสสนากรรมฐานนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อให้เรารู้ถูกเข้าใจถูกเกี่ยวกับชีวิตเราเอง...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ค่อยๆ ภาวนา เริ่มต้นก็เตาะแตะๆ ล้มลุกคลุกคลานเป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครไม่ล้มลุกคลุกคลานหรอก ลำบากไปก่อน ฝึกมากๆ ไป ต่อไปจิตมันก็พัฒนาสูงขึ้นๆ ไป ความทุกข์จะลดลง น้อยลงๆ แล้วมันไปเห็นทุกข์สาหัสอีกทีหนึ่ง...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"นิโรธคือความดับทุกข์ นิโรธมี 5 อย่าง ดับทุกข์เพราะสมถะ ดับทุกข์เพราะวิปัสสนา ดับทุกข์เพราะอริยมรรค ดับทุกข์เพราะอริยผล ดับทุกข์เพราะนิพพาน เราเป็นปุถุชน เราทำได้ 2 อย่าง ได้สมถะกับวิปัสสนา ฉะนั้นฝึก 2...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ถ้าเรามักน้อยสันโดษ อยู่กับความสงบสงัด อยู่คนเดียวได้ มีลมหายใจเป็นเพื่อน สบายจะตายไป รู้สึกไป ไม่มีอะไรเป็นเพื่อนที่ดีเท่ากับความวิเวก ความวิเวกเป็นเพื่อนที่ดีของเรา อยู่ด้วยแล้วไม่วุ่นวาย อยู่กับคน...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"การภาวนาไม่เห็นมันจะยากอะไรเลย ทำอย่างนี้ก็ได้ ทำอย่างนี้ก็ได้ ที่ทำไม่ได้ มันทำไม่ถูกเรื่อง อย่างทำสมถะอย่างนี้ ไม่รู้จักเลือกอารมณ์ที่เหมาะกับตัวเอง เห็นเพื่อนเขาทำอย่างนี้ เราก็จะทำตามเขา เป็นไปไม่ได้...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"การที่จิตเราเที่ยวแสวงหาภพไปเรื่อยๆ แล้วก็ก่อภพ ก่อชาติ ก่อทุกข์ไปเรื่อยๆ เพราะความอยากมันผลักดัน ตัณหาคือความอยากเป็นตัวสร้างภพ สร้างชาติ สร้างทุกข์ วิธีที่เราจะจัดการกับตัณหาไม่ใช่ไปห้ามมัน...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"พระนิพพานมีจริง ไม่ใช่โลกๆ หนึ่ง ไม่ใช่สวรรค์ บางที่สอนนิพพานเหมือนสวรรค์ มีพระพุทธเจ้านั่งเข้าแถว โอ๊ย น่าสงสารจังเลย อุตส่าห์ภาวนาจนเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว พอธาตุขันธ์แตกแล้วก็ไปนั่งตัวแข็งๆ อยู่ น่าสงสาร...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"พวกเราก็ต้องดูตัวเอง เราควรทำสมถะด้วยอะไร ควรทำวิปัสสนาแบบไหน พระพุทธเจ้าบอกว่า “ธรรมะที่ควรเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง 2 ประการ คือสมถะและวิปัสสนา” ต้องเจริญด้วยปัญญาอันยิ่ง ไม่ใช่หลับหูหลับตาทำไปเรื่อยๆ...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ต้นตอรากเหง้าของความอยากที่แท้จริง คือการไม่รู้ความจริงของชีวิต เพราะเราไม่รู้ความจริงของชีวิต เราไม่ยอมรับความจริงของชีวิต เราก็เกิดความอยาก ทันทีที่เกิดความอยาก จิตใจก็ไม่สงบแล้ว จิตใจก็ดิ้นรนวุ่นวาย...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"วิธีจะเห็นความจริง ไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของเรา บอกแล้ว มีสติรู้มัน จิตตั้งมั่นเป็นกลาง เห็นมันตามที่มันเป็น ก็จะรู้ความจริงไม่ใช่ตัวเรา เราก็จะเรียกว่าเรารู้ทุกข์แจ่มแจ้ง รู้ขันธ์ 5 แจ่มแจ้ง...
info_outline"ท่านสอนละเอียดยิบเลย สอนตั้งแต่ตัวทุกข์ เหตุของทุกข์คือตัณหา ตัณหาเกิดจากความไม่รู้ความจริงของชีวิต คือไม่รู้ความจริงของรูปนาม กายใจของเรา ทำอย่างไรจะรู้ ก็ต้องทำสติปัฏฐาน ทำวิปัสสนากรรมฐาน ทำวิปัสสนานั่นล่ะ แล้วรายละเอียดท่านแจกแจงลงในสติปัฏฐาน ว่าจะทำวิปัสสนาอย่างไร ฉะนั้นทำสติปัฏฐานแล้ว สิ่งที่ได้คือสติ เห็นสภาวะบ่อยๆ แล้วสติเกิด แล้วไม่ต้องเห็นสภาวะทั้งหมด เห็นสภาวะบางอย่าง แล้วก็จะเข้าใจสภาวะทั้งหมด เหมือนการทำวิจัย คราวนี้พอสติเกิด สมาธิจะเกิด มีสติ มีสมาธิ จิตตั้งมั่น แล้วพอสติระลึกรู้อะไร ก็จะเห็นตรงนั้นไม่ใช่ตัวเราของเรา จะเห็นทุกสิ่งทุกอย่างเกิดแล้วดับทั้งสิ้น จะเห็นอย่างนี้ พอเห็นมากเข้าๆ จิตก็ยอมรับความจริง สิ่งใดเกิด สิ่งนั้นก็ดับ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรเกิด นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรตั้งอยู่ นอกจากทุกข์ไม่มีอะไรดับ จิตจะเห็นความจริง จะเป็นพระอรหันต์ ถ้าเห็นขนาดนี้ได้แล้วก็ ความอยากจะไม่มี มันจะอยากทำไม มันรู้ความจริงแล้ว ทุกอย่างมันแค่ภาพลวงตา จะอยากมันไปทำไม อยากไม่แก่หรือ ไร้สาระ อยากไม่พลัดพรากจากสิ่งที่รักหรือ มันไร้สาระ มันจะหมดความอยาก ถ้ารู้ความจริงของชีวิตแล้ว ความอยากจะดับ เมื่อความอยากดับ ความดิ้นรนของจิตก็ไม่มี จิตก็ไม่ทุกข์ จิตไม่มีภาระ จิตก็เข้าสู่ความพ้นทุกข์ นี่เส้นทางที่เกิดจากปัญญาตรัสรู้ มีเหตุมีผลตลอดสาย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 มีนาคม 2569