ถ้าไม่ยึดถือก็ไม่ทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 เม.ย. 2569
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
Release Date: 05/18/2026
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ทำกรรมอันใดไว้ก็มีผล ต้องรับผลของกรรมนั้นแน่นอน เพียงแต่จะรับเมื่อไรเท่านั้นเอง กรรมมันสามารถให้ผลได้หลายแบบ กรรมบางอย่างที่รุนแรง เป็นอนันตริยกรรม เป็นครุกรรมทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว จะให้ผลทันทีให้ผลรวดเร็ว...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ถ้าไม่ยึดถือได้ก็ไม่ทุกข์ เรายึดถือเพราะเราไม่รู้ความจริง ของรูปธรรมนามธรรม ของกายของใจ ฉะนั้นเราก็ต้องมาเรียนรู้ความจริงของกายของใจ ถ้าเรารู้ความจริงของกายของใจ ใจก็จะเบื่อหน่ายคลายความยึดถือ...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ถ้าเรามีสติรักษาจิตอยู่ศีลก็เกิด มีสติอยู่จิตไหลไปหลงไปรู้ทัน จิตก็ตั้งมั่นมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน มีสมาธิ แล้วพอตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์ เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายจิตใจ...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"บุญเป็นชื่อของความสุข พอเราทำบุญ เราทำความดีแล้ว ความสุขเกิดขึ้น นี่คือกฎแห่งกรรม ทำไม่ดีก็มีผลทางไม่ดีเกิดขึ้น จิตเราเสีย ถ้าเราภาวนาทุกวันๆ เราก็จะเชื่อกฎแห่งกรรมเหมือนกัน ไม่ต้องระลึกชาติได้อะไรหรอก...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"เราปฏิบัติธรรมเพื่อศึกษาความจริงของชีวิตเรา ถ้าเราเข้าใจความจริงของชีวิตแล้ว จิตมันปล่อยวาง จิตมันไม่ยึดถือกายยึดถือใจได้ กายนี้ใจนี้คือตัวทุกข์ เมื่อจิตมันไม่ไปหยิบฉวยตัวทุกข์ขึ้นมา จิตมันก็ไม่ทุกข์...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"การเจริญปัญญาไม่ใช่การนั่งคิดเอา ไม่ใช่การนั่งฟังเทศน์เฉยๆ อันนั้นเป็นปัญญาขั้นต้น เรียนไปฟังเทศน์ฟังธรรมอะไร เพื่อให้รู้วิธีปฏิบัติ ปัญญาที่เราไปฟังมานั้น ปัญญาของพระพุทธเจ้า ของครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ของเรา...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"อยู่กับเครื่องอยู่ให้มาก แต่อย่าไปเพ่ง ถ้าไปเพ่งแล้วไม่ใช่เครื่องอยู่แต่เป็นคุก มีเครื่องอยู่เราก็อยู่กับเครื่องอยู่ไป แล้วสติเราก็จะดีขึ้น สัมมาสมาธิจะดีขึ้น เมื่อสัมมาสมาธิเราดีมากแล้ว...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"หัดดูสภาวะไป ดูจิตไม่ได้ ดูร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึกไป ร่างกายหายใจ รู้สึก ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึก ร่างกายเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง รู้สึก รู้สึกไปเรื่อยๆ เพื่อให้รู้สึกตัว รู้สึกตัวแล้วจะพัฒนาต่อได้...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"การที่เราจะอยู่กับกรรมฐานเรา มันก็จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้ความเปลี่ยนแปลงของรูปธรรมนามธรรม สัมปชาโน สัมปชัญญะ รู้สึกที่ตัวเอง สติรู้สภาวะทั้งหลาย แต่เริ่มต้นก็ต้องมีอาตาปี มีความเพียรที่จะแผดเผากิเลส...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ขั้นแรกเลย อย่าส่งจิตออกนอก ทำกรรมฐานอันหนึ่งถ้าจิตเราไหลออกไปให้รู้ทัน อย่าห้ามจิต จิตไหลแล้วรู้ๆ เราจะได้จิตที่ตั้งมั่น ต่อไปเราก็ดูจิตใจของตัวเอง จิตสุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ดีก็รู้ ชั่วก็รู้...
info_outline"ใจเรามีความทุกข์ เพราะใจเราไปแบก ไปหาม ไปยึด ไปถือ มีภาระขึ้นมา มันก็หนัก กลุ้มอกกลุ้มใจ หนักอกหนักใจ ทำอย่างไรมันจะไม่แบก มันจะไม่เข้าไปแบก ไม่หาม ไม่เข้าไปหาม ถ้ามันมีปัญญาเห็นความจริง พระพุทธเจ้าท่านสอน ถ้าเราเข้าไปยึดถือเราก็จะมีความทุกข์ ถ้าไม่ยึดถือก็ไม่ทุกข์ ทำอย่างไรจะไม่ยึดถือ ก็ต้องเห็นว่าสิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่น่ายึดถือ ไม่น่ายึดถือ เพราะมันเป็นของไม่เที่ยง เป็นของถูกบีบคั้นให้แตกสลาย ไม่น่ายึดถือ เพราะเราบังคับอะไรมันไม่ได้จริง ทำอย่างไรเราจะเห็นว่าสิ่งทั้งหลายมันไม่น่ายึดถือ เราก็ต้องเห็นความจริงของสิ่งทั้งหลายทั้งปวง คือรูปธรรมนามธรรมทั้งหลาย ต้องเห็นความจริงของมัน ถึงจะรู้ว่ามันไม่น่ายึดถือ พระพุทธเจ้าก็สอนวิธีให้เราแล้ว ให้เราเจริญสติ ทำสติรู้กาย ทำสติรู้ใจเนืองๆ สติคอยรู้กาย สติรู้ใจ เรียกว่าสติปัฏฐาน เพราะฉะนั้นเราต้องทำสติปัฏฐาน คือการเรียนรู้ แล้วเราจะได้เรียนรู้กายใจของตัวเอง ถ้าเรียนรู้ได้ใจก็จะปล่อยวาง ไม่ยึดถือ เมื่อใจปล่อยวางได้ ไม่ยึดถือได้ ใจก็จะไม่ทุกข์ ใจทุกข์เพราะใจยึด ใจยึดเพราะใจมันวางไม่ได้ มันก็จะไปหยิบฉวยเอาไว้ มันวางไม่ได้ เพราะมันไม่มีปัญญาเห็นความจริง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 เมษายน 2569