การเดินปัญญา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 24 พ.ค. 2569
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
Release Date: 06/11/2026
หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ทำกรรมอันใดไว้ก็มีผล ต้องรับผลของกรรมนั้นแน่นอน เพียงแต่จะรับเมื่อไรเท่านั้นเอง กรรมมันสามารถให้ผลได้หลายแบบ กรรมบางอย่างที่รุนแรง เป็นอนันตริยกรรม เป็นครุกรรมทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว จะให้ผลทันทีให้ผลรวดเร็ว...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ถ้าไม่ยึดถือได้ก็ไม่ทุกข์ เรายึดถือเพราะเราไม่รู้ความจริง ของรูปธรรมนามธรรม ของกายของใจ ฉะนั้นเราก็ต้องมาเรียนรู้ความจริงของกายของใจ ถ้าเรารู้ความจริงของกายของใจ ใจก็จะเบื่อหน่ายคลายความยึดถือ...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ถ้าเรามีสติรักษาจิตอยู่ศีลก็เกิด มีสติอยู่จิตไหลไปหลงไปรู้ทัน จิตก็ตั้งมั่นมีสมาธิ ไม่ฟุ้งซ่าน มีสมาธิ แล้วพอตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ กระทบอารมณ์ เกิดความเปลี่ยนแปลงในร่างกายจิตใจ...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"บุญเป็นชื่อของความสุข พอเราทำบุญ เราทำความดีแล้ว ความสุขเกิดขึ้น นี่คือกฎแห่งกรรม ทำไม่ดีก็มีผลทางไม่ดีเกิดขึ้น จิตเราเสีย ถ้าเราภาวนาทุกวันๆ เราก็จะเชื่อกฎแห่งกรรมเหมือนกัน ไม่ต้องระลึกชาติได้อะไรหรอก...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"เราปฏิบัติธรรมเพื่อศึกษาความจริงของชีวิตเรา ถ้าเราเข้าใจความจริงของชีวิตแล้ว จิตมันปล่อยวาง จิตมันไม่ยึดถือกายยึดถือใจได้ กายนี้ใจนี้คือตัวทุกข์ เมื่อจิตมันไม่ไปหยิบฉวยตัวทุกข์ขึ้นมา จิตมันก็ไม่ทุกข์...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"การเจริญปัญญาไม่ใช่การนั่งคิดเอา ไม่ใช่การนั่งฟังเทศน์เฉยๆ อันนั้นเป็นปัญญาขั้นต้น เรียนไปฟังเทศน์ฟังธรรมอะไร เพื่อให้รู้วิธีปฏิบัติ ปัญญาที่เราไปฟังมานั้น ปัญญาของพระพุทธเจ้า ของครูบาอาจารย์ ไม่ใช่ของเรา...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"อยู่กับเครื่องอยู่ให้มาก แต่อย่าไปเพ่ง ถ้าไปเพ่งแล้วไม่ใช่เครื่องอยู่แต่เป็นคุก มีเครื่องอยู่เราก็อยู่กับเครื่องอยู่ไป แล้วสติเราก็จะดีขึ้น สัมมาสมาธิจะดีขึ้น เมื่อสัมมาสมาธิเราดีมากแล้ว...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"หัดดูสภาวะไป ดูจิตไม่ได้ ดูร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึกไป ร่างกายหายใจ รู้สึก ร่างกายยืน เดิน นั่ง นอน รู้สึก ร่างกายเคลื่อนไหว หยุดนิ่ง รู้สึก รู้สึกไปเรื่อยๆ เพื่อให้รู้สึกตัว รู้สึกตัวแล้วจะพัฒนาต่อได้...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"การที่เราจะอยู่กับกรรมฐานเรา มันก็จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้ความเปลี่ยนแปลงของรูปธรรมนามธรรม สัมปชาโน สัมปชัญญะ รู้สึกที่ตัวเอง สติรู้สภาวะทั้งหลาย แต่เริ่มต้นก็ต้องมีอาตาปี มีความเพียรที่จะแผดเผากิเลส...
info_outlineหลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม
"ขั้นแรกเลย อย่าส่งจิตออกนอก ทำกรรมฐานอันหนึ่งถ้าจิตเราไหลออกไปให้รู้ทัน อย่าห้ามจิต จิตไหลแล้วรู้ๆ เราจะได้จิตที่ตั้งมั่น ต่อไปเราก็ดูจิตใจของตัวเอง จิตสุขก็รู้ ทุกข์ก็รู้ ดีก็รู้ ชั่วก็รู้...
info_outline"เวลาเราเดินวิปัสสนา ความดีเกิด สิ่งที่ดีเกิด เราก็เห็นมันเกิดแล้วดับ ความชั่วเกิด มันก็เกิดแล้วก็ดับ เห็นมันเกิดดับๆ มันเท่าเทียมกัน จิตก็เลิกยินดียินร้าย ความสุขเกิด จิตก็ไม่ยินดี ความทุกข์เกิด จิตก็ไม่ยินร้าย ความชั่วเกิด จิตก็เป็นกลาง เมื่อจิตหมดความยินดียินร้าย จิตก็จะหมดความดิ้นรน เมื่อจิตหมดความดิ้นรน จิตก็จะรวมลงๆ เข้าอัปปนาสมาธิ แล้วจิตจะไปเดินปัญญาในสมาธิอยู่ 2-3 ขณะ อันนี้สำหรับคนซึ่งใช้ปัญญานำสมาธิ อย่างพวกเรา มีสติ เกิดสมาธิ มีปัญญาเห็นความจริงเป็นขณะๆ ไป จนกระทั่งจิตมันเข้าสู่ความเป็นกลางต่อความปรุงแต่งทั้งหลายทั้งปวง จิตก็หยุดความดิ้นรน เมื่อจิตหยุดความดิ้นรน จิตจะเข้าอัปปนาสมาธิด้วยตัวเอง เข้าแล้วจิตจะไปเดินปัญญา อยู่ในสมาธิ 2-3 ขณะเท่านั้น ถัดจากนั้นจิตจะวางการรับรู้อารมณ์ๆ มันจะทวนกระแสเข้ามาหาตัวจิตผู้รู้ เมื่อมันทวนกระแสเข้ามาถึงตัวจิตผู้รู้ อริยมรรคเกิดขึ้น อาสวกิเลสจะถูกแหวกออก แล้วจิตก็เข้าถึงสภาวะที่พ้นจากความปรุงแต่งคือพระนิพพาน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 พฤษภาคม 2569